DQ Institute ได้ให้ความหมายของ ความฉลาดทางดิจิทัล หรือ Digital Intelligence Quotient (DQ) ไว้ว่าหมายถึง “ทักษะที่ครอบคลุมของความสามารถทางเทคนิค ความรู้ความเข้าใจ อภิปัญญา และทางสังคมและอารมณ์ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากคุณค่าทางศีลธรรมสากล และทำให้บุคคลสามารถเผชิญกับความท้าทายและใช้ประโยชน์จากโอกาสของชีวิตดิจิทัล และสามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตดิจิทัลได้” ความฉลาดทางดิจิทัลครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะ ทัศนคติและค่านิยมที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในฐานะสมาชิกของโลกออนไลน์ เป็นทักษะการใช้สื่อและการเข้าสังคมในโลกออนไลน์ การส่งเสริมความฉลาดทางดิจิทัล มีความสำคัญเทียบเท่ากับการพัฒนาความฉลาดทางด้านสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางด้านอารมณ์ (EQ) เลยทีเดียว
หนึ่งในระดับความฉลาดทางดิจิทัลระดับพื้นฐานที่มีความสำคัญและจะพูดถึงในบทความนี้คือ Digital Citizenship หรือทักษะสำหรับการเป็นพลเมืองดิจิทัล หมายถึงทักษะที่จะช่วยให้พลเมืองสามารถตัดสินใจเลือกใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นและสามารถป้องกันความเสี่ยงและความเสียหายจากการใช้งานเทคโนโลยีได้ไปพร้อมกัน ซึ่ง 8 ทักษะสำคัญในการเป็นพลเมืองดิจิทัล ซึ่งจะทำให้อยู่ในสังคมได้อย่างเข้าใจและปลอดภัย ได้แก่
1. การรักษาอัตลักษณ์ที่ดีของตนเองในโลกดิจิทัล (Digital Citizen Identity) การบริหารจัดการอัตลักษณ์ที่ดีของตนเองไว้ได้ทั้งในโลกออนไลน์และโลกความจริง อัตลักษณ์ที่ดีคือการที่ผู้ใช้สื่อดิจิทัลสร้างภาพลักษณ์ในออนไลน์ของตนเองในแง่บวก ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ การแสดงความรู้สึก การกระทำต่าง ๆ บน Social Media รวมถึงการรับข้อมูลข่าวสาร การส่งต่อที่เป็นการกระทำที่ผ่านการคิดก่อนทำ รู้จักการรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม โดยไม่ผิดกฎหมาย ศีลธรรม หรือจรรยาบรรณ เป็นทักษะพื้นฐานที่จะช่วยให้สามารถใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ ปลอดภัย และมีจริยธรรม
2. การบริหารจัดการปริมาณการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Balanced Use of Digital Technology) การจัดสรรเวลาในการใช้งานเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม รวมถึงการใช้เวลาไปกับเครื่องมืออุปกรณ์ดิจิทัล หรือ สื่อ Social Media อย่างสมดุล ทั้งนี้ การบริหารเวลาไม่สมดุลจะส่งผลกระทบต่อหน้าที่และความรับผิดชอบในโลกของความเป็นจริง และส่งผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับสุขภาพโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสายตา การพักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะติดจอ ออฟฟิศซินโดรม และโรคภัยต่าง ๆ ที่จะตามมา
3. การจัดการความเสี่ยงด้านไซเบอร์ (Conduct Cyber-Risk Management) ความสามารถในการป้องกันตนเอง การกลั่นแกล้งบนโลกไซเบอร์คล้ายกันกับการกลั่นแกล้งในรูปแบบอื่น หากแต่การกลั่นแกล้งประเภทนี้จะกระทำผ่านสื่อออนไลน์ เช่น ขู่ทำร้าย คุกคามทางเพศผ่านสื่อ การใช้ถ้อยคำหยาบคาย การแอบอ้างตัวตน โดยพลเมืองดิจิทัลจะต้องมีความรู้เท่าทัน มีภูมิคุ้มกันในการรับมือและจัดการกับ สถานการณ์การกลั่นแกล้งบนอินเทอร์เน็ตได้ถูกต้องและชาญฉลาด
4. การจัดการความปลอดภัยด้านไซเบอร์ (Personal Cyber Security Management) เป็นความสามารถในการตรวจสอบ การป้องกัน และ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ป้องกันด้วยการสร้างระบบความปลอดภัย และป้องกันการโจรกรรมข้อมูลหรือการถูกโจมตีออนไลน์ได้ รวมไปถึงการปกป้องอุปกรณ์ดิจิทัล ข้อมูลที่จัดเก็บไว้ และข้อมูลส่วนตัวไม่ให้เสียหาย สูญหาย หรือถูกโจรกรรม อาจจะมีการตั้งรหัสที่ครอบคลุมปลอดภัย มีการแจ้งเตือนทางอีเมลเมื่อมีการเข้าสู่ระบบ ไม่เข้าเว็บไซต์ที่อันตราย เป็นต้น
5. ความเห็นอกเห็นใจและสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นในโลกดิจิทัล (Digital Empathy) ความสามารถในการเข้าใจผู้อื่น การตอบสนองความต้องการของผู้อื่น โดยลักษณะผูกมิตร การแสดงน้ำใจเอื้ออาทรต่อกัน ไม่ด่วนตัดสินผู้อื่น การเป็นกระบอกเสียงในเรื่องที่ดีหรือช่วยเหลือผู้อื่น การเผยแพร่เพื่อให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ การคอมเมนต์ในเชิงบวก เป็นต้น
6. การจัดการร่องรอยทางดิจิทัล (Digital Footprints Management) เป็นความเข้าใจธรรมชาติของการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลว่าจะหลงเหลือร่องรอยของข้อมูลทิ้งไว้เสมอ และอาจจะส่งผลกระทบในการใช้ชีวิตจริง เช่น การลงทะเบียน อีเมล การโพสต์ข้อความหรือรูปภาพ เมื่อถูกส่งเข้าโลกออนไลน์แล้ว จะทิ้งร่องรอยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไว้ ให้ผู้อื่นสามารถติดตามได้ และจะเป็นข้อมูลที่ระบุ ตัวบุคคลได้อย่างง่ายดาย ฉะนั้น พลเมืองดิจิทัลจะต้องมีการคิดวิเคราะห์ก่อนกระทำเสมอ
7. การบริโภคสื่อและข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ (Media and Information Literacy) ความสามารถในการคิดและตัดสินใจของบุคคล มีความรู้เท่าทันสื่อและรูปแบบการหลอกลวงที่มากับโลกออนไลน์ มีทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูลหรือสารที่ได้รับมาว่า เชื่อถือได้หรือไม่ กระทำตามได้หรือไม่ เป็นประโยชน์และมีแหล่งที่มาอ้างอิงแน่ชัดหรือไม่
8. การจัดการความเป็นส่วนตัว (Privacy Management) รู้จักป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง เช่น ปกปิดการสืบค้นข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ การแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ด้วยเครื่องมือดิจิทัล เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์ การจัดการความปลอดภัยทางไซเบอร์ส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูล อัตลักษณ์ รวมถึง การใช้ดุลยพินิจปกป้องข้อมูลที่เป็นความลับของผู้อื่นด้วย
ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่โตมาพร้อมกับอุปกรณ์ดิจิทัลและอินเทอร์เน็ต หรือวัยเก๋าที่ต้องปรับตัวเปลี่ยนตามยุคดิจิทัล เพียงแค่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อินเทอร์เน็ต ทุกอย่างดูง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วมือ ข้อดีของเทคโนโลยีดิจิทัลคือ เพิ่มความรวดเร็ว สะดวกสบาย เปิดโลกทัศน์ ได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้ แต่ก็แฝงด้วยอันตรายด้วยเช่นกัน ดังนั้นการมี Digital Citizenship จะช่วยให้พลเมืองสามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม ผู้ที่มีทักษะความสามรถด้านดิจิทัลระดับนี้จะมีนิสัยการใช้โซเชียลมีเดียและการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ นำมาใช้ประโยชน์ในทางที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น เป็น User ที่ฉลาดใช้ โดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ - Be the Master of Technology, not Slave เป็นพลเมืองดีออนไลน์ คิดก่อนทำ รู้จักคิดวิเคราะห์ว่าข้อมูลใดเชื่อถือได้ รักษาข้อมูลที่ไม่ควรเปิดเผย รู้จักป้องกันตัวจากภัยจากมิจฉาชีพบนโลกดิจิทัล ไม่ให้ถูกหลอกลวง รู้เท่าทันสื่อกระแสสังคม ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆและคอยปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ถือได้ว่านับเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกคนควรมีติดตัวในยุคดิจิทัล
พิมพิศา ชูทิพย์
ส่วนเลขานุการและสารบรรณ
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
อ้างอิง