black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

เปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมดิจิทัล คู่มือเตรียมความพร้อมสู่ความสำเร็จสำหรับแรงงานยุคใหม่

ปัจจุบันนี้ตลาดแรงงานของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักด้านปัญหา Qualification Mismatch หรือความไม่สอดคล้องระหว่างทักษะของแรงงานกับทักษะจริงที่ต้องใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะทักษะดิจิทัล ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญในโลกของการทำงานยุคปัจจุบัน โดยจากผลสำรวจของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยดัชนีการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลของประเทศไทย (Thailand Digital Transformation Index: TDTI) ซึ่งพบว่า คนไทยมีความสามารถในการนำเทคโนโลยีไปใช้สร้างผลิตภาพ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสากลอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนาทักษะการใช้งานเทคโนโลยีเชิงลึก และการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

เพราะฉะนั้นการพัฒนาทักษะดิจิทัลจึงเป็นเรื่องที่คนไทยควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่กำลังทำงานหรือกำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ในบทความนี้จึงขอแนะนำ 4 ขั้นตอน เพื่อเตรียมความพร้อมในการยกระดับทักษะดิจัลผ่านการ Upskill (การเพิ่มพูนหรือพัฒนาทักษะที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น) และ การ Reskill (การเรียนรู้ทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนไปประกอบอาชีพในสายงานอื่น) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมดิจิทัลในปัจจุบัน

ขั้นตอนที่ 1 การประเมินสมรรถนะและเลือกเส้นทางอาชีพ (Self-Assessment & Pathfinding)

เริ่มต้นจากการสำรวจพื้นฐานความรู้เดิม ความสนใจ และเส้นทางการไปสู่อาชีพเป้าหมาย เพื่อวิเคราะห์หาทักษะที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม และสามารถวางแนวทางการเรียนรู้ได้อย่างเป็นระบบ โดยบทความนี้ขอยกตัวอย่างแนวทางการเตรียมตัวและทักษะจำเป็นเฉพาะทางในแต่ละสายงานหลัก ดังนี้:

  • สายงานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer) หัวใจสำคัญคือการฝึกฝนตรรกะการคิดอย่างเป็นระบบและการแก้ไขปัญหา ผู้เริ่มต้นควรเลือกเรียนรู้ภาษาโปรแกรมมิ่งที่เหมาะสมกับอาชีพเป้าหมาย เช่น Python (สำหรับงานด้าน Data, AI และ Scripting) หรือ JavaScript (สำหรับงาน Web Development) ควบคู่ไปกับการเรียนรู้โครงสร้างข้อมูลพื้นฐาน
  • สายงานนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) ต้องเริ่มจากการปูพื้นฐานสถิติประยุกต์เพื่อการวิเคราะห์ธุรกิจ จากนั้นจึงฝึกฝนการเขียนโปรแกรม เพื่อทำการสืบค้นและดึงข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งเรียนรู้การนำข้อมูลดิบมาแสดงผลให้เข้าใจง่ายผ่านเครื่องมือ เช่น Tableau หรือ Power BI
  • สายงานการตลาดดิจิทัลและการออกแบบ (Digital Marketing & Graphic Design) สำหรับนักการตลาดดิจิทัล จะต้องเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภคและพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ ควบคู่กับการบริหารจัดการโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Google Ads, Meta Ads Manager รวมถึงเข้าใจหลักการทำ SEO (Search Engine Optimization) ขณะที่ฝั่งนักออกแบบกราฟิกและ UX/UI Designer จะต้องศึกษาหลักทฤษฎีสี ลำดับภาพ และที่สำคัญที่สุดคือหลักการออกแบบที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานดิจิทัลโปรดักต์ที่ราบรื่นและตอบโจทย์ธุรกิจ

ขั้นตอนที่ 2 การเรียนรู้ผ่านหลักสูตรรับรองตามมาตรฐานสากล (Certified Learning)

เมื่อกำหนดเป้าหมายและวางแผนได้อย่างชัดเจนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ โดยส่วนใหญ่การเรียนรู้จะมีอยู่ด้วยกันหลัก ๆ 2 รูปแบบตามความสะดวกและรูปแบบการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล ดังนี้

  1. หลักสูตรระยะสั้นแบบเข้มข้น (Bootcamp) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงานอย่างรวดเร็ว โครงสร้างหลักสูตรมักเน้นการลงมือปฏิบัติจริง ภายใต้การดูแลของที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจกระบวนการทำงานจริงในชีวิตการทำงานได้อย่างรวดเร็ว
  2. หลักสูตรออนไลน์ (E-Learning) เช่น แพลตฟอร์ม Coursera, edX หรือสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) ของไทย การเรียนรู้ในรูปแบบนี้นอกจากความสะดวกในการเข้าเรียนแล้ว หลักสูตรต่าง ๆ ยังมีการเรียนรู้และประเมินผลอย่างมีมาตรฐาน เมื่อสำเร็จหลักสูตรไปจะได้รับ Certificate หรือใบรับรองวิชาชีพ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น Google Career Certificates, AWS Certified, Microsoft Certified ซึ่งผู้เรียนสามารถใช้เป็นเครื่องยืนยันทักษะความรู้ตามเกณฑ์มาตรฐานของนายจ้าง

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ผู้เรียนหมั่นศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลเป็นระยะ เนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สิ่งที่เรียนรู้ไปอาจล้าสมัยและไม่สร้างแต้มต่อให้กับผู้เรียนอีกต่อไปภายในไม่กี่ปีหลังจากนั้น

ขั้นตอนที่ 3 การสร้างแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio Development)

การสร้างแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ถือเป็นหนึ่งสิ่งที่สำคัญในการพิสูจน์ผลลัพธ์จากการเรียนรู้และ ประสบการณ์ที่สั่งสมมา โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์หรือกำลังอยู่ในช่วงข้ามสายงานที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแสดงให้ผู้ว่าจ้างเห็นถึงศักยภาพในการประกอบอาชีพในสายงานนั้นจริงแม้จะไม่มีวุฒิบัตรหรือใบปริญญาก็ตาม โดยแต่ละสายงานนั้นมีแนวทางการสร้าง Portfolio ที่แตกต่างกัน จะมีตัวอย่างมีการสร้างพอร์ตโฟลิโอดังนี้

  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Developer): เปิดบัญชี GitHub เพื่อจัดเก็บ Source Code ของโปรเจกต์ต่าง ๆ ที่พัฒนาขึ้น พร้อมบรรยายอย่างชัดเจนว่าโปรเจกต์นั้นแก้ปัญหาอะไร ใช้เทคโนโลยีใดบ้าง และแสดงให้เห็นถึงการเขียนโค้ดที่เป็นระเบียบ และมีโครงสร้างที่ดี
  • นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) ใช้ชุดข้อมูลที่เปิดเผยเป็นสาธารณะที่น่าเชื่อถือ เช่น ข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ และลองนำข้อมูลเหล่านั้นมานำดำเนินกระบวนการวิเคราะห์ ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การทำ Data Cleaning, การใช้เครื่องมือทางสถิติวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการสรุปผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบแดชบอร์ด พร้อมเขียนบทความอธิบายกระบวนการคิดวิเคราะห์ลงในแพลตฟอร์มอย่าง Medium หรือ LinkedIn
  • นักออกแบบ (UX/UI Designer) นำเสนอผลงานในลักษณะ Case Study โดยแสดงผลงานให้เห็นถึงกระบวนการ Design Thinking ตั้งแต่การทำการทำวิจัยผู้ใช้งาน (User Research) การวาดโครงร่าง (Wireframing) ไปจนถึงการทดสอบเพื่อแก้ปัญหา (Usability Testing) เพื่อพิสูจน์ว่าผลงานถูกสร้างขึ้นมาอย่างมีกลยุทธ์และตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง

ขั้นตอนที่ 4 การเข้าสู่เครือข่ายวิชาชีพและการจับคู่ศักยภาพงาน (Networking & Strategic Career Matchmaking)

เมื่อมีทักษะและพอร์ตโฟลิโอที่พร้อมแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายจึงเป็นการพาตนเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมหรือแวดวงของสายอาชีพนั้น ๆ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายและเปิดโอกาสให้ตนเองได้เห็นมุมมองหรือกลยุทธ์เชิงลึกจากผู้มีประการณ์หรือผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม โดยมีวิธีการต่าง ๆ ดังนี้

  • การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ การใช้แพลตฟอร์มอย่าง LinkedIn คือเครื่องมือในการสร้างเครือข่ายที่ได้รับความนิยมในยุคนี้ ควรมีการสร้างโปรไฟล์ให้น่าสนใจ ระบุทักษะและใบรับรองต่าง ๆ ของตนเองที่เคยได้รับ รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น หรือโปรเจกต์ที่กำลังทำกับผู้ใช้รายอื่นบนแพลตฟอร์ม เพื่อสร้างเครือข่ายและโปรไฟล์ให้เป็นที่รู้จัก เพื่อให้ระบบอัลกอริทึมแนะนำโปรไฟล์ให้ Recruiters จากหน่วยงานต่าง ๆ พบได้ง่ายขึ้น
  • การเข้าร่วมคอมมูนิตี้และกิจกรรมสายเทค การไปร่วมงานสัมมนา งานพบปะเฉพาะกลุ่ม หรือกิจกรรมเฉพาะในสายงานต่าง ๆ ไม่ได้เพียงให้แค่ความรู้และการอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ แต่ยังเป็นโอกาสดีเยี่ยมในการทำความรู้จักกับคนในสายงาน หรือคนในวงการ รวมถึงผู้บริหารและผู้ว่าจ้างโดยตรง

สุดท้ายนี้ แม้ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีจะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่อีกมุมหนึ่งแรงกดดันนี้ก็มาพร้อมกับโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่พร้อมปรับตัว การเริ่มต้นยกระดับทักษะตัวเองผ่านการ Upskill หรือ Reskill ตามแนวทางทั้ง 4 ขั้นตอนนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยพัฒนาศักยภาพให้พร้อมก้าวสู่การเป็นแรงงานยุคใหม่ในอุตสาหกรรมดิจิทัลได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ศรุต พันอินากูล

ฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

แหล่งอ้างอิง