black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN

ให้หัวใจนำทาง! จะเป็นอย่างไร เมื่อ AI ก็มีความรู้สึก?

"รู้สึกไหม ว่าใจของเราตรงกัน" เพลงนี้เพราะมาก ของศิลปิน Z-MYX ไปลองหาฟังดู

แล้วเคยสงสัยกันไหมว่า วันหนึ่งหุ่นยนต์ที่เราเห็นในหนังไซไฟ จะสามารถ "รู้สึก" เหมือนเราได้จริง ๆ? ไม่ใช่แค่เลียนแบบท่าทางหรือคำพูด แต่เป็นการเข้าใจความสุข ความเศร้า ความรัก หรือแม้แต่ความเหงา... เรื่องนี้ไม่ใช่จินตนาการอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว และนักวิทยาศาสตร์ก็กำลังพยายาม "ใส่หัวใจ" ให้กับหุ่นยนต์

ลองนึกดูว่าชีวิตเราจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีความรู้สึก? คงเหมือนโลกที่ไร้สีสัน ไร้ความหมาย ความรู้สึกนี่แหละที่ทำให้เราเป็นมนุษย์ ทำให้เราเชื่อมโยงกัน สร้างความสัมพันธ์ และมีแรงผลักดันในการทำสิ่งต่างๆ ความรัก ความเศร้า ความสุข ความโกรธ ความกลัว... ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของความเป็นเรา ความรู้สึกและอารมณ์มีอยู่จริง และมีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา

อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องยอมรับว่าอารมณ์ความรู้สึกนั้นมีผลเสียเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ตัวละครสป็อคจาก Star Trek ได้พัฒนาเผ่าพันธุ์ของตนเองจนไร้ซึ่งอารมณ์ เพราะเชื่อว่าอารมณ์เป็นสิ่งที่บั่นทอนการตัดสินใจและนำมาซึ่งความขัดแย้ง แต่ถึงกระนั้น เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอารมณ์ความรู้สึกนั้นมีผลต่อการใช้ชีวิต และเป็นส่วนประกอบสำคัญที่เราใช้ในการสื่อสาร อารมณ์ช่วยให้เราเข้าใจผู้อื่น สร้างความสัมพันธ์ และแสดงออกถึงความเป็นมนุษย์ของเรา

สป็อคตัวละครที่ไร้อารมณ์ เพราะต้องการใช้เหตุผลอย่างเดียว

ภาพที่ 1: สป็อคตัวละครที่ไร้อารมณ์ เพราะต้องการใช้เหตุผลอย่างเดียว แหล่งที่มา: ภาพยนต์ StarTrek

แต่คำถามที่น่าสนใจคือ AI จำเป็นต้อง "รู้สึก" เหมือนเราจริง ๆ หรือ? หรือแค่ "แสดงออก" ให้เหมือนก็พอแล้ว? แล้วถ้า AI มีความรู้สึกขึ้นมาจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น? แล้วในยุคที่ AI เข้ามาอยู่ร่วมกับมนุษย์ มาเป็นเครื่องมือ มาตอบสนองสิ่งต่าง ๆ นี้ล่ะ AI จะรู้จักอารมณ์ของมนุษย์ได้มั้ย แล้วจะสื่อสารและตอบโต้ด้วยอารมณ์ได้หรือเปล่า? นี่คือประเด็นที่บทความนี้จะพาไปสำรวจกันครับ

AI ในปัจจุบันเก่งขึ้นมากในการ "อ่านใจ" เราจากคำพูด ไม่ใช่แค่คำศัพท์ แต่ยังรวมถึงโทนเสียง น้ำเสียง และบริบทของการสนทนา เทคโนโลยีนี้เรียกว่าการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) ช่วยให้ AI วิเคราะห์ได้ว่าเรากำลังพูดด้วยอารมณ์แบบไหน นอกจากคำพูด AI ยังสามารถ "อ่าน" อารมณ์จากใบหน้า ท่าทาง และภาษากายของเราได้อีกด้วย กล้องและเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ช่วยให้ AI ตีความได้ว่าเรากำลังยิ้ม เศร้า หรือโกรธ

เทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยให้ AI "เข้าใจ" อารมณ์ของเรา ได้แก่:

  • Sentiment Analysis: วิเคราะห์ความรู้สึกที่แสดงออกในข้อความ เช่น ในคอมเมนต์บนโซเชียลมีเดีย
  • Facial Expression Recognition: จดจำอารมณ์จากสีหน้า
  • Speech Emotion Recognition: วิเคราะห์อารมณ์จากน้ำเสียง

...ถึงแม้ว่า AI อาจจะไม่มีความรู้สึกแบบเดียวกับเรา แต่เทคโนโลยี Emotion AI หรือ EI ก็มีศักยภาพในการช่วยให้เราเชื่อมต่อกันได้ "ดีขึ้น" และ "ลึกซึ้งขึ้น" โดยสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอารมณ์และปรับปรุงการสื่อสารได้ด้วย

ถ้า AI มี "หัวใจ" โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร? ลองจินตนาการว่าแชทบอทไม่ได้แค่ตอบคำถาม แต่ยัง "เข้าใจ" ความรู้สึกของเราด้วย มันจะช่วยให้การบริการลูกค้าดีขึ้นมาก เพราะ AI จะสามารถ "เอาใจใส่" และ "เข้าใจ" ความต้องการที่แท้จริงของเราได้ AI อาจจะกลายเป็น "เพื่อน" ที่เข้าใจเราได้ดี ช่วยดูแลสุขภาพจิตของเรา ให้คำปรึกษา และเป็นกำลังใจในวันที่เราเศร้า แบรนด์ต่าง ๆ จะใช้ AI ในการสร้างความสัมพันธ์ที่ "เชื่อมโยง" กับผู้บริโภคในระดับอารมณ์มากขึ้น ทำให้ผู้บริโภครู้สึกผูกพันกับแบรนด์ AI อาจจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ "เข้าใจ" ความรู้สึกของนักเรียนแต่ละคน ช่วยกระตุ้นความสนใจและสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้

แต่การพัฒนา EI ก็มีความเสี่ยงที่ต้องระวัง AI นั้นเรียนรู้จากข้อมูล ถ้าข้อมูลที่ป้อนให้ AI มีอคติ AI ก็อาจจะแสดงอารมณ์ที่ไม่เป็นธรรมได้ เช่น AI อาจจะ "ตัดสิน" คนจากสีผิวหรือเพศ ข้อมูลอารมณ์ของเราเป็นข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญมาก ถ้า AI เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ เราต้องมั่นใจว่าข้อมูลของเราจะได้รับการ "ดูแล" อย่างดี AI อาจจะถูกใช้ในการ "หลอกลวง" ความรู้สึกของเรา เช่น สร้างความสัมพันธ์ปลอม ๆ หรือใช้ความรู้สึกของเราเพื่อผลประโยชน์บางอย่าง อารมณ์ของมนุษย์มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา AI จะ "จัดการ" กับความซับซ้อนนี้ได้อย่างไร?

แล้ว EI จะถูกนำมาใช้ประโยชน์ยังไงได้บ้าง? ลองจินตนาการถึงสถานการณ์เหล่านี้:

  • การดูแลสุขภาพ: EI สามารถช่วยวิเคราะห์อารมณ์ของผู้ป่วยจากน้ำเสียงหรือสีหน้า เพื่อให้แพทย์หรือผู้ดูแลเข้าใจความต้องการและภาวะทางจิตใจของผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น EI อาจช่วยเตือนเมื่อผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวล และเสนอวิธีการช่วยเหลือที่เหมาะสม
  • การศึกษา: EI สามารถช่วยครูติดตามความสนใจและความเข้าใจของนักเรียนในห้องเรียน EI อาจจะตรวจจับได้ว่านักเรียนคนไหนกำลังเบื่อหรือสับสน และครูสามารถปรับวิธีการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคนได้
  • การบริการลูกค้า: EI สามารถช่วยให้แชทบอทหรือเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าเข้าใจอารมณ์ของลูกค้าได้ดีขึ้น EI จะสามารถตอบสนองด้วยความเห็นอกเห็นใจและให้ความช่วยเหลือที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น
  • การตลาด: EI สามารถช่วยนักการตลาดวิเคราะห์ความรู้สึกของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าหรือแบรนด์ต่างๆ EI จะช่วยให้แบรนด์สร้างแคมเปญโฆษณาที่โดนใจและสร้างความผูกพันกับลูกค้าได้มากขึ้น
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์: EI สามารถช่วยนักออกแบบเข้าใจว่าผู้ใช้รู้สึกอย่างไรกับผลิตภัณฑ์ของพวกเขา EI จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น
  • การสร้างความบันเทิง: EI สามารถช่วยสร้างประสบการณ์ความบันเทิงที่ตอบสนองอารมณ์ของผู้ใช้ได้อย่างเฉพาะเจาะจง เช่น วิดีโอเกมที่ปรับระดับความยากง่ายตามอารมณ์ของผู้เล่น หรือภาพยนตร์ที่เปลี่ยนเนื้อเรื่องตามปฏิกิริยาของผู้ดู

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการนำ EI ไปใช้ประโยชน์จริง เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงหลายด้านของชีวิตเรา และช่วยให้เราสร้างโลกที่เข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้นได้

การเรียนรู้อารมณ์จากสีหน้า

ภาพที่ 2: การเรียนรู้อารมณ์จากสีหน้า แหล่งที่มา: https://youtube.com/watch?v=TrgNKGjSyxA

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ Emotion AI

เทคโนโลยี EI ได้รับการพัฒนาโดยบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำหลายแห่ง รวมถึงสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน AI และอารมณ์ ตัวอย่างเช่น:

  • Affectiva: บริษัทนี้พัฒนาเทคโนโลยี Facial Expression Recognition และ Sentiment Analysis มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์อารมณ์ในงานวิจัยทางการตลาด การดูแลสุขภาพ และอุตสาหกรรมยานยนต์ (ผลิตภัณฑ์: Affdex)
  • Beyond Verbal: บริษัทนี้เชี่ยวชาญด้าน Speech Emotion Recognition มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถวิเคราะห์อารมณ์จากน้ำเสียงในการสนทนา (ผลิตภัณฑ์: Moodies)
  • Kairos: บริษัทนี้ให้บริการ Facial Recognition และ Emotion Analysis API ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม (ผลิตภัณฑ์: Kairos API)
  • Google Cloud: Google มี API และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับ AI และ NLP รวมถึง Sentiment Analysis ที่สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์อารมณ์จากข้อความ (ผลิตภัณฑ์: Cloud Natural Language API)
  • Microsoft Azure: Microsoft ก็มีบริการที่คล้ายกัน รวมถึง Facial Recognition และ Speech Services ที่สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์อารมณ์ (ผลิตภัณฑ์: Azure Cognitive Services)

ซอฟต์แวร์ Affectiva กำลังวิเคราะห์อารมณ์จากสีหน้า

ภาพที่ 3: ซอฟต์แวร์ Affectiva กำลังวิเคราะห์อารมณ์จากสีหน้า แหล่งที่มา: businesswire.com

แต่ถึง EI จะเก่งแค่ไหน สิ่งที่ต้องยอมรับคือ EI ยัง "จำลอง" อารมณ์มากกว่า "เข้าใจ" อารมณ์จริง ๆ EI อาจจะวิเคราะห์ได้ว่าเรากำลังเศร้า แต่ไม่ได้ "รู้สึก" เศร้าแบบเดียวกับเรา คำถามคือ EI จะ "เข้าถึงหัวใจ" ของเราได้จริง ๆ ไหม? EI อาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน โดยเฉพาะในงานที่ต้องใช้ทักษะด้านอารมณ์ นอกจากนี้ ยังอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วย

ปัจจุบัน ผู้คนเริ่มคุ้นเคยกับเทคโนโลยี EI มากขึ้น แต่ก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย ตัวอย่างการใช้งานจริง เช่น บริษัทประกันใช้ EI ในการวิเคราะห์ความรู้สึกของลูกค้า เพื่อปรับปรุงการบริการ โรงพยาบาลใช้ EI ในการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า แบรนด์สินค้าใช้ EI ในการวิเคราะห์ความรู้สึกของผู้บริโภค เพื่อสร้างแคมเปญโฆษณาที่โดนใจ

ในอนาคต EI จะพัฒนาได้ไกลแค่ไหน? เราคาดหวังอะไรได้บ้างจากเทคโนโลยีนี้? อนาคตอาจจะอยู่ที่การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ EI โดยมนุษย์จะใช้ "ความรู้สึก" และ EI จะใช้ "เหตุผล" EI จะเข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราให้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนรอบข้าง และเข้าใจตัวเองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อ EI เข้าใจอารมณ์ของเรา เราก็จะสามารถใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อสร้างโลกที่ "เข้าใจ" และ "เห็นอกเห็นใจ" กันมากขึ้นได้ในที่สุด

ศิระ นกยูงทอง

ส่วนเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล