สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ได้ดำเนินโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล (OTOD ทุเรียนดิจิทัล) ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดชุมพร จังหวัดยะลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตราด และจังหวัดศรีษะเกษ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงแพลตฟอร์ม Big Data เกษตรเพื่อการจัดเก็บข้อมูล หรือการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร นำไปสู่แพลตฟอร์มกลางเพื่อการเกษตร (National Agriculture Platform) ของประเทศ ที่รองรับการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการเพาะปลูกพืชประเภทต่างๆ พร้อมทั้งความสามารถในการวิเคราะห์เชิงทำนายด้วยเทคโนโลยี Big Data สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญเพื่อการเพาะปลูกและดูแลรักษาพืช เช่น การคาดการณ์การระบาดของโรคและแมลง ความต้องการน้ำ ธาตุอาหารในดิน และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ตลอดจนการนำการใช้เทคโนโลยีการเพาะปลูกที่เหมาะสมกับความต้องการของพืชอย่างแม่นยำ ช่วยการวางแผนการเพาะปลูก ลดการสูญเสีย และปริมาณผลผลิตรายแปลง
วัตถุประสงค์
- เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงแพลตฟอร์ม Big Data เกษตรเพื่อการจัดเก็บข้อมูล หรือการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร นำไปสู่แพลตฟอร์มกลางเพื่อการเกษตร (National Agriculture Platform) ของประเทศ ที่รองรับการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อการเพาะปลูกพืชประเภทต่างๆ พร้อมทั้งความสามารถในการวิเคราะห์เชิงทำนายด้วยเทคโนโลยี Big Data สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลสำคัญเพื่อการเพาะปลูกและดูแลรักษาพืช เช่น การคาดการณ์การระบาดของโรคและแมลง ความต้องการน้ำ ธาตุอาหารในดิน และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ตลอดจนการนำการใช้เทคโนโลยีการเพาะปลูกที่เหมาะสมกับความต้องการของพืชอย่างแม่นยำ ช่วยการวางแผนการเพาะปลูก ลดการสูญเสีย และปริมาณผลผลิตรายแปลง
- เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรเกิดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อการบันทึกและการจัดเก็บข้อมูลในการเพาะปลูกพืชของเกษตรกร ยกระดับสินค้าเกษตรกรรมสู่มาตรฐานผลผลิตทางการเกษตร และกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับที่มาของการผลิตสินค้าเกษตรกรรม สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ
- พัฒนาทักษะและยกระดับความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล เพื่อรองรับการเข้าสู่แพลตฟอร์ม ให้แก่ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และ/หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดการใช้งานแพลตฟอร์มซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มมาตรฐานและประสิทธภาพการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการ
- ส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรให้เกิดการใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์ม และพัฒนาทักษะเกษตรกรให้มีทักษะและองค์ความรู้การใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการบันทึกและการจัดเก็บข้อมูลการเพาะปลูกพืชของเกษตรกร รองรับการพัฒนาเมืองสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะด้าน Smart Economy
- เพื่อสื่อสารและสร้างการรับรู้ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแพลตฟอร์ม Big Data เกษตรเพื่อการจัดเก็บข้อมูล หรือการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศไทย
คุณสมบัติผู้สมัคร
รับสมัครเกษตรกร จำนวน 1100 ราย โดยผู้สมัครเข้าร่วมจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้
- เป็นเกษตรกรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรจากกรมส่งเสริมการเกษตร
- 1 ทะเบียนเกษตรกร สามารถเข้าร่วมโครงการได้เพียง 1 สิทธิ์เท่านั้น
- มีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนจำนวนอย่างน้อย 5 ไร่ เพื่อใช้สำหรับการทดลองการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์ม Big Data เกษตรเพื่อการบริหารจัดการและการติดตามตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
- ผ่านการขึ้นทะเบียนสมาชิกของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa member)
- เทคโนโลยีที่ขอรับการสนับสนุนต้องไม่ซ้ำกับเทคโนโลยีเดิมที่เคยได้รับหรืออยู่
- ระหว่างได้รับการสนับสนุนของสำนักงานฯ ที่ตั้งของสวนทุเรียนต้องอยู่ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดชุมพร จังหวัดยะลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตราด และจังหวัดศรีษะเกษ
- ยินยอมส่งออกข้อมูลในข้อที่ 3 ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำรายงานผลการวิเคระห์ข้อมูลให้สำนักงาน เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี
- มีความพร้อมในการเข้ารับการอบรมพัฒนาทักษะการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) ด้านการเกษตร
- มีความพร้อมในการประยุกต์ใช้แพลตฟอร์ม Big Data เกษตรเพื่อการบริหารจัดการและการติดตามตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรกับสำนักงาน อื่น ๆ ตามเงื่อนไขที่สำนักงานกำหนด
กำหนดการรับสมัคร
ระยะเวลาการรับสมัคร : ตั้งแต่บัดนี้ - 15 ธันวาคม 2567
ระยะเวลาการพิจารณา :
• รอบพิจารณาที่ 1 ระหว่างวันที่ 1 - 15 พฤศจิกายน 2567
• รอบพิจารณาที่ 2 ระหว่างวันที่ 16 - 30 พฤศจิกายน 2567
• รอบพิจารณาที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 - 15 ธันวาคม 2567
ประกาศผลการพิจารณา : ทุกวันที่ 15 และ 30 ของเดือน ตามรอบการพิจารณาแต่ละรอบ
หรือสามารถดาว์นโหลดเอกสารประกาศสำนักงานฯ ได้ที่ ดาวน์โหลด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
TEL : 08 0253 9556 (คุณนงนภัส บุญตุ้ย) หรือ 02 026 2333 (นายเจนกิจ โชติโก) E-mail : [email protected] หรือ [email protected]