บริการ
TH
EN
TH
CN

ลุยเดินหน้าขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ เปิดตัวโลโก้ Smart City Thailand 
พร้อมรับสมัครเมืองทั่วประเทศมาพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบ

ลุยเดินหน้าขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ เปิดตัวโลโก้ Smart City Thailand พร้อมรับสมัครเมืองทั่วประเทศมาพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบ

11 มีนาคม 2562 - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จัดงาน “Smart City Thailand Takeoff” ณ ห้องบอลรูม โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ โดยมีรองนายกรัฐมนตรี พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง เป็นประธาน

โดยงานนี้ได้มีการประกาศเกณฑ์พิจารณาเมืองอัจฉริยะ เปิดตัวตราสัญลักษณ์ Smart City Thailand รวมถึงรับสมัครเมืองเดิม เมืองใหม่ทั่วประเทศมาพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบ 7 ด้าน ได้แก่ Smart Economy, Smart Mobility, Smart Energy, Smart Living, Smart People, Smart Governance และ Smart Environment นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมจัดงานเมืองอัจฉริยะอาเซียนตลอดปี ชู Smart City เป็นวาระหลักรับไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้

พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งมั่นจะนำประเทศสู่การเป็นประเทศรายได้สูงที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ความเหลื่อมล้ำน้อย ความเจริญกระจายไปทั่วประเทศ และต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินการ โดยหนึ่งในวาระเร่งด่วนคือการพัฒนาเมืองอัจฉริยะไปทั่วประเทศ ทั้งกลุ่มเมืองเดิมที่ต้องปรับปรุงให้น่าอยู่ และอัจฉริยะมากขึ้น และกลุ่มเมืองใหม่ที่จะต้องออกแบบให้สมบูรณ์ ทันสมัยด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ตามลักษณะของเมืองอัจฉริยะ 7 ด้าน ตั้งแต่เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) โดยประเทศไทยมีเป้าหมายเมืองอัจฉริยะคือ ในปีแรกที่ผ่านมา ได้นำร่องเมืองอัจฉริยะ 7 จังหวัด 10 พื้นที่ ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ไปแล้ว ปีที่ 2 (2562) จะขยายไปสู่ 24 จังหวัด 30 พื้นที่ และภายใน 5 ปี (2563-2565) จะขยายไปทั่วประเทศ 76 จังหวัดและ กทม. 100 พื้นที่

สำหรับกลไกการทำงานที่จะบรรลุเป้าหมายเกิดขึ้นจริง ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่รวมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญ โดยมีกระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นเลขานุการร่วม เพื่อมาออกแบบกลไกขับเคลื่อน ผลักดันโครงการ รวมถึงติดตามความก้าวหน้าเมืองอัจฉริยะประเทศไทย โดยใน 1-2 ปีแรกใช้กลไกนำร่องโดยหน่วยงานรัฐ เอกชนที่มีความพร้อมก่อน เช่นในพื้นที่ ภูเก็ต ขอนแก่น ศูนย์พหลฯของกรุงเทพ และ EEC ส่วนเริ่มจากปีที่ 2 นี้จะใช้กลไกเปิดรับสมัครเมืองทั่วประเทศมาพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้จัดทำเกณฑ์การพิจารณาเมืองอัจฉริยะ 5 ข้อ คือ 1. ต้องกำหนดพื้นที่และเป้าหมายชัดเจน 2. ต้องมีแนวทางพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเมือง 3. ต้องมีระบบจัดเก็บและบริหารข้อมูลเมืองที่ปลอดภัย 4. ต้องมีบริการเมืองอัจฉริยะตามลักษณะ 7 ด้าน และ 5. ต้องมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน และได้ประกาศเกณฑ์ดังกล่าวในวันนี้ พร้อมรับสมัครเมืองเดิม เมืองใหม่ทั่วประเทศมาพัฒนาเป็นเมืองอัจฉริยะต้นแบบ 7 ด้าน ซึ่งหากคณะกรรมการฯ พิจารณาเห็นชอบแผนการดำเนินงานที่ครบถ้วนตามเกณฑ์ เมืองก็จะได้รับตราสัญลักษณ์ Smart City และสามารถไปขอรับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ต่อไปได้

นอกจากนี้ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ใช้โอกาสในการเปิดตัว Smart City วันนี้ ย้ำความสำเร็จของโครงการนำร่องใน 7 จังหวัดที่ได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว และขอแรงหน่วยงานรัฐ เอกชน ประชาชน สื่อมวลชนมาช่วยงานเมืองอัจฉริยะอาเซียน (ASEAN Smart Cities Network) ตั้งแต่มิถุนายน-สิงหาคม 2562 ซึ่งเป็นซีรีส์ของกิจกรรมด้านเมืองอัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดด้วยเครือข่ายเมืองอาเซียน 26 เมือง ร่วมกับเมืองอื่นทั่วโลก และเอกชนรายใหญ่ของโลกมาร่วมแสดงศักยภาพเมืองอัจฉริยะในประเทศไทย ตอบสนองเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีที่จะชู Smart City เป็นวาระเด่นรับการที่ไทยเป็นประประธานอาเซียนในปีนี้ รวมถึงไทยจะผลักดันเกณฑ์การเป็นเมืองอัจฉริยะ วิธีการและกระบวนการการทำงาน พร้อมคู่มือ ไปสู่อาเซียนในเวทีนี้ เพื่อใช้เป็นไกด์ไลน์ในการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะอาเซียนต่อไป

ปิดท้ายด้วย ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ ร่วมกับ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะเป็นผู้นำด้านเมืองอัจฉริยะ โดยที่ผ่านมานำร่องก่อนโดยหน่วยงานรัฐ หรือเอกชน แต่วันนี้เมืองที่มีความพร้อมสามารถมาสมัครขอเป็นเมืองอัจฉริยะได้เอง โดยจะตั้งสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย (Smart City Thailand Office) ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการฯ ที่ตึกลาดพร้าวฮิลล์ ห้าแยกลาดพร้าว พร้อมอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้การพัฒนาเมืองอัจฉริยะเป็นไปอย่างราบรื่น ————————————————————

Thailand’s National Smart City Committee launches the first call for smart city proposals

March 11, 2019 – The Digital Economy Promotion Agency (depa), together with the Office of Energy Policy and Planning (EPPO) and the Office of Transport and Traffic Policy and Planning (OTP), launched the "Smart City Thailand Takeoff" event at Ballroom, Park Hyatt Hotel, Bangkok. Chaired by Deputy Prime Minister ACM Prajin Juntong, the event marked the country’s major achievement on smart city development, including the announcement of criteria and process for smart city proposal evaluation, the launching of Smart City Thailand logo, and the call for all existing and new cities to submit smart city proposals. If approved, these cities would start the process of smart city transformation in any or all of the 7 smart city dimensions, from smart economy, smart mobility, smart energy, smart living, smart people, smart governance, to smart environment. The event also announced the up-coming ASEAN Smart Cities Network activities in celebration of Thailand’s ASEAN chairmanship this year.

Deputy Prime Minister and Chairman of National Smart City Committee ACM Prajin Juntong said that through digital technology and innovation the government has determined to develop the country into a high-income nation, characterized by low development disparity, wealth re-distribution, and quality of life for the people. One of the government’s top priorities is to build smart cities throughout the country, making existing cities smarter and livable as well as building new modern cities with good design and smart technology. Smart city dimensions can range from smart economy, smart mobility, smart energy, smart living, smart people, smart governance, to smart environment. As for the committee’s target, last year 10 zones in 7 provinces (namely Phuket, Chiangmai, Khon Kaen, Bangkok, Chonburi, Rayong, and Chachoengsao) already began its smart city transformation. From this year onwards the government plans to further develop 30 zones in 24 provinces in 2019 and extends its target to 100 zones in 76 provinces and Bangkok by 2022.

The main driver for smart city development, as stated by Deputy Minister of Transport Dr. Pailin Chuchottaworn, is the establishment of the National Smart City Committee comprising all relevant agencies and experts, with the Digital Economy Promotion Agency (Ministry of Digital Economy and Society), the Office of Transport and Traffic Policy and Planning (Ministry of Transport) and the Office of Energy Policy and Planning (Ministry of Energy) as co-secretariat. The Committee’s role is to establish a mechanism to drive smart city development in Thailand, facilitate smart city projects, and monitor their progress. Since the first year, the Committee has piloted the smart city development in such areas with ready public and private support as Phuket, Khon Kaen, Bangkok (Phaholyothin Transport Hub) and EEC. From the second year onwards, the Committee urges all cities in Thailand to submit their smart city proposals for evaluation and approval, given that they meet the following criteria: 1) having clear geographical boundary and smart city goal; 2) having infrastructure investment and development plan; 3) having a design of open and secure city data platform; 4) providing smart city solutions in any or all of the 7 dimensions; and 5) having a sustainable management model. The approved cities will be entitled to use the Smart City Thailand logo and can further apply for investment privileges from the Board of Investment of Thailand.

Dr. Pichet Durongkaveroj, Minister of Digital Economy and Society, added that this event marks the achievement of smart city development in 7 provinces and call upon collaboration and effort from government agencies, private sectors, citizens, and media in advancing the work of ASEAN Smart Cities Network (ASCN) that will take place from June to August this year. In parallel with Thailand’s ASEAN chairmanship, the ASCN activities hosted by Thailand will showcase the best of smart cities from 26 ASEAN member cities, other dialogue partners, and global technology providers. In this ASEAN forum, Thailand will also propose the smart city evaluation criteria and process to be used as implementation guidelines by ASEAN member cities.

Last but not least, Dr. Nattapon Nimmanphacharin, CEO and President of depa, reaffirmed that Thailand is now ready to be a leader in smart city development. While the beginning phase was done through pilot cities, Thailand today is ready to welcome all cities to transform into smart cities. Under the supervision of the Committee, depa is setting up the Smart City Thailand Office at Ladprao Hill Building, Ladprao Intersection, with fully equipped facilities and state-of-the art technologies to support smart city initiatives and development in all aspects.

depa #digitalthailand

SmartCity

SmartCityThailand