หากมองย้อนกลับไปช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา จะเห็นถึงปัญหาความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะภัยพิบัติทางน้ำ ไม่ว่าจะเป็นสึนามิ พายุ หรือเหตุน้ำท่วมในเขตเมือง ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนและรุนแรง เช่น เหตุการณ์น้ำแข็งขั้วโลกละลายอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง กระทบต่อระดับน้ำทะเลและระบบนิเวศ หรือ เหตุการณ์ที่ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน จนไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้หลายประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์น้ำท่วมซ้ำ ๆ รวมถึงประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี พ.ศ. 2554 ที่เกิดจากปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) ทำให้ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่ (2011 THAILAND'S GREAT FLOOD, 2011) และปี พ.ศ. 2565 เกิดเหตุฝนตกหนักมากที่สุดในประเทศไทย หนักกว่าปี พ.ศ. 2554 และปี พ.ศ. 2560 (รายงานสถานการณ์น้ำประเทศไทย ปี 2565, 2565) ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมาก ดังแสดงในภาพประกอบ 1 รายงานสถานการณ์น้ำประเทศไทย ปี 2565

ภาพที่ 1 รายงานสถานการณ์น้ำประเทศไทย ปี 2565
ที่มา: https://www.thaiwater.net/uploads/contents/current/YearlyReport2022/img/rainmap-dif-province.png
จากเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ที่ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ขอยกเหตุการณ์น้ำท่วมอีกหนึ่งตัวอย่าง ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2567 เขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เกิดเหตุฝนตกหนักกว่าปกติทำให้เขื่อนและพื้นที่เก็บน้ำหลายแห่งไม่สามารถรองรับน้ำได้อีก ให้น้ำล้นและไหลบ่าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในหลายจังหวัด กว่า 19 จังหวัด 65 อำเภอ 325 ตำบล 1,556 หมู่บ้าน และมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบถึง 66,202 หลัง และประชาชนต้องอยู่กับน้ำท่วมขังนานเป็นเดือน (รายงานสถานการณ์น้ำประเทศไทย ปี 2567, 2567) จะเห็นได้ว่า ประเทศไทย หรือ พื้นที่เมืองต่างๆ ยังมีจำกัดทางด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นความท้าทายที่ต้องเร่งจัดการอย่างเป็นระบบให้เร็วที่สุด สิ่งสำคัญและเร่งด่วนนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ และยุทธศาสตร์ชาติไทย 20 ปี ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนและความมั่นคงของประเทศ การบริหารจัดการน้ำท่วมที่ดีสามารถช่วยลดความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมองค์ความรู้ในการรับมือกับน้ำท่วม รวมถึงสร้างเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ และยั่งยืน (การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศไทย, 2562)
หนึ่งในแนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วมที่หลายประเทศผลักดัน คือ การพัฒนา “เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) หรือ เมืองที่เอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทเมือง ทั้งในมิติการบริหารจัดการทรัพยากร และการบริการที่ครอบคลุมในทุกด้าน (คณิตา ราษฎ์นุ้ย และคณะ, 2565) โดยเฉพาะปัญหาเรื่องภัยพิบัติน้ำท่วม ที่ส่งผลต่อความเสียหายทางกายภาพ โครงสร้างพื้นฐาน และส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ ด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการน้ำท่วม ช่วยรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การสื่อสารประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน รวมถึงการประสานงาน สามารถช่วยให้การจัดการน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบโจทย์เมืองยิ่งขึ้น สำหรับ เมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประกอบด้วย 7 ด้าน คือ 1) สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) 2) การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) 3) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) 4) พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) 5) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) 6) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) 7) การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, 2566)
ในส่วนนี้ เรามาพูดถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วมภายใต้พื้นที่เมืองอัจฉริยะ ที่ผู้เขียนรวบรวมมาทั้งหมด 6 เมือง ดังนี้
เป็นเมืองที่น่าสนใจในการศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วมในเมืองอัจฉริยะมาก เพราะหลายพื้นที่ของเมืองอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลลึกประมาณ 7 เมตร ซึ่งเสี่ยงต่อการจมอยู่ใต้น้ำตลอดเวลา หากไม่มีระบบป้องกันอย่างจริงจัง โดยในปี พ.ศ. 2552 ได้เกิดโครงการ “Smart City Amsterdam” ที่เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน รวมถึงภาคประชาชนด้วย โครงการนี้ขับเคลื่อนครอบคลุมทั้ง 7 ด้าน Smart City (อัมสเตอร์ดัม สมาร์ทซิตี้, 2566) สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนนั้น อัมสเตอร์ดัม รับมือด้วยแนวคิด “เมืองฟองน้ำ” (Sponge Cities) เป็นการกักเก็บน้ำไว้บนหลังคาและพื้นที่กักเก็บน้ำตามธรรมชาติ เช่น หลังคาสีน้ำเงิน-เขียว เป็นการกักเก็บน้ำฝน แล้วแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านบริเวณใกล้เคียง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์สูงสุด โดยหลังคานั้นจะมี IoT วาล์วอัจฉริยะ ที่ควบคุมการปล่อยน้ำที่เก็บไว้บนหลังคาอัตโนมัติ กรณีที่ฝนตกหนัก น้ำฝนจะถูกกักเก็บในหลังคา โดยไหลเข้ารางน้ำและท่อระบายน้ำบนหลังคา อีกมุมคือ หลังคาจะกลายเป็นฟองน้ำที่สามารถดูดซับ หรือ บีบน้ำออกได้อย่างอัจฉริยะ ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดน้ำท่วมเมือง และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืน (iGreen, 2024) ดังแสดงในภาพประกอบ 2 ตัวอย่างแนวคิดเมืองฟองน้ำ (Sponge Cities)

ภาพที่ 2 ตัวอย่างแนวคิดเมืองฟองน้ำ (Sponge Cities)
ที่มา: https://www.ft.com/content/1848fdf8-d9b0-4c32-82ee-fc6401b2c8ef
ใช้ระบบ Smart Water Management ในการบริหารจัดการระดับน้ำ ด้วยการเอาเทคโนโลยี IoT และ AI เข้ามาบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเก็บข้อมูลและนำข้อมูลมาวิเคราะห์ แสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เมืองสามารถจัดการการใช้น้ำได้อย่างแม่นยำ มีการแจ้งเตือนและรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งมีโครงการ Busan Eco-Delta Smart City เป็นโครงการเมืองอัจฉริยะด้านการใช้น้ำแห่งแรกของเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ในเมืองปูซาน มีเป้าหมายเป็นเมืองต้นแบบที่ให้บริการที่หลากหลาย โดยเฉพาะด้านการจัดการน้ำอัจฉริยะ ควบคู่กับการพัฒนาด้านความยั่งยืนของทรัพยากรน้ำ โดยเอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ในเมือง เช่น Sensors ตรวจวัดปริมาณน้ำฝนแบบเรียลไทม์ ระบบบำบัดน้ำเสีย ที่นำน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ และแพลตฟอร์ม Smart City เอาไว้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านน้ำ เพื่อนำมาวางแผนและประกอบการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพในอนาคต (UTEL, 2024) ดังแสดงในภาพประกอบ 3 Technology Interventions

ภาพที่ 3 Technology Interventions
ที่มา: https://atlasofurbantech.org/cases/kor-busan/
โดย Jakarta Smart City ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน “JAKI” เป็นแอปพลิเคชันกลางการบริการภาครัฐสำหรับประชาชน โดยร่วมบริษัท SAS พัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลน้ำท่วมแบบ Real-Time ผ่าน AI, ML และ IoT บน SAS Viya ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมน้ำท่วมในเมือง สำหรับข้อมูลจากเซ็นเซอร์ เช่น ฝน แม่น้ำ และสภาพแวดล้อม จะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า จากนั้นจะส่งการแจ้งเตือนผ่านแอป JAKI ถึงประชาชนและเจ้าหน้าที่ เพื่อสั่งการมาตรการเร่งด่วน เช่น การเปิด–ปิดประตูน้ำ หรือเปิดเครื่องสูบน้ำ โดยระบบช่วยลดเวลารวบรวมข้อมูลจากชั่วโมงเหลือเพียง 1–5 นาที และสามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้หลายชั่วโมง (Katy Salamati, 2024) ดังแสดงในภาพประกอบ 4 แอปพลิเคชัน JAKI บริการภาครัฐสำหรับประชาชน

ภาพที่ 4 แอปพลิเคชัน JAKI บริการภาครัฐสำหรับประชาชน
ที่นี่เป็นเมืองติดชายฝั่งทะเล ทำให้ต้องพบเจอกับปัญหาน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง จึงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ “เมืองฟองน้ำ” ที่มุ่งยกระดับระบบระบายน้ำในเมือง สร้างพื้นที่ชุ่มน้ำและสวนซับน้ำฝน รางตื้นซับน้ำ พื้นที่กักเก็บน้ำฝน และการปลูกพืชและต้นไม้ที่ช่วยซับน้ำ สำหรับแนวทางการบริหารจัดการน้ำท่วม โดยเมืองนี้อยู่ระหว่างพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (ทันโลก, 2024)
ได้นำร่องใช้แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เพื่อแจ้งข้อมูลการเปิด–ปิดประตูระบายน้ำแบบเรียลไทม์ พร้อมสถานะการระบายน้ำ แสดงจุดตั้งสถานพยาบาลและพื้นที่อพยพ รวมถึงระบบแจ้งเตือนน้ำท่วมอัตโนมัติและช่องทางรับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ทันที สามารถเฝ้าระวังและรับมือสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของเมือง (UTEL, 2024) ดังแสดงในภาพประกอบ 5 LINE นครนนท์

ภาพที่ 5 LINE นครนนท์
ที่มา: https://nakornnont.go.th/news/detail/16427
เป็นประเทศที่มีแหล่งน้ำจืดจำกัด และได้นำเข้าน้ำสะอาดมาจากมาเลเซีย โดยมีเป้าหมายในการนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ให้ได้ 100% จึงพัฒนาโครงการ NEWater ที่เป็นกระบวนการบำบัดน้ำเสียทิ้งให้สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ ทั้งสามารถช่วยลดปัญหาเรื่องมลพิษทางน้ำด้วย และพบอีกว่าแหล่งน้ำดื่มสำคัญของสิงคโปร์ในอนาคตจะมาจากการกรองน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืด และการนำน้ำใช้แล้วทิ้งมาบำบัดเพื่อใช้ใหม่ รวมถึงบริษัท Darco Water Technologies ได้ทำโครงการวิจัยนวัตกรรมการกรองน้ำแบบ Forward Osmosis (FO) เป็นการกรองน้ำเสียคุณภาพสูงจากภาคอุตสาหกรรม ที่มักจะมีสารพิษปนเปื้อน กรองให้กลับมาสะอาดและหมุนเวียนใช้ใหม่อีกครั้ง เป็นการสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมให้กับสิงคโปร์เป็นอย่างมาก (Bangkok Bank InnoHub, 2022) ดังแสดงในภาพประกอบ 6 NEWater Production Process

ภาพที่ 6 NEWater Production Process
ที่มา: https://www.pub.gov.sg/Public/WaterLoop/OurWaterStory/NEWater
โดยสรุป การบริหารจัดการน้ำท่วมในเมืองอัจฉริยะ จำเป็นต้องผสานรวมเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย ร่วมกับแนวทางบริหารจัดการน้ำแบบธรรมชาติ เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เช่น การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI, IoT ระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ การออกแบบพื้นที่ในรูปแบบเมืองฟองน้ำ (Sponge City) และโครงสร้างพื้นฐานน้ำเงิน–เขียว (Blue-Green Infrastructure) เหล่านี้สามารถช่วยคาดการณ์ วางแผน และจัดการน้ำได้ทันท่วงที ไม่เพียงเท่านี้ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ รวมถึงการวางระบบข้อมูล การสื่อสารที่ครบถ้วน และการพัฒนาคนให้เป็น “พลเมืองอัจฉริยะ” ที่รู้จักใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อป้องกัน เตรียมความพร้อม และฟื้นฟูหลังน้ำท่วม สำหรับประเทศไทย ยังมีหลายพื้นที่ที่ยังต้องเร่งบูรณาการข้อมูล ประสานงานระหว่างหน่วยงาน และสร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชน เพื่อให้การจัดการน้ำท่วมมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น
ศิริประภา ประภากรเกียรติ
สาขาภาคอีสานตอนกลาง
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล
ที่มา/แหล่งอ้างอิง:
การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในประเทศไทย. (2562). http://www.onwr.go.th/wp-content/uploads/2019/11/การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ.pdf
คณิตา ราษฎ์นุ้ย และคณะ, (2565). https://www.dla.go.th/upload/templateOrganize/menu/2022/4/1650269069347.pdf
ทันโลก, (2024). เมืองเซี่ยเหมิน เร่งสร้าง ‘Sponge City’. https://globthailand.com/china-27062024/
รายงานสถานการณ์น้ำประเทศไทย ปี 2565. (2565). https://www.thaiwater.net/uploads/contents/current/YearlyReport2022/rain1.html
รายงานสถานการณ์น้ำประเทศไทย ปี 2567. (2567). https://www.thaiwater.net/uploads/contents/current/YearlyReport2024/flood_event.html
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, (2566). https://www.depa.or.th/th/smart-city-plan/existing-smart-city
อัมสเตอร์ดัม สมาร์ทซิตี้. (2566). https://www.depa.or.th/th/article-view/amsterdam-smart-city
2011 THAILAND'S GREAT FLOOD. (2011). https://tiwrmdev.hii.or.th/current/2011/flood54Eng.html?utm_source=chatgpt.com
Bangkok Bank InnoHub. (2022). https://www.bangkokbankinnohub.com/th/5-smart-city-technology-that-can-improve-living-conditions-in-bangkok/
iGreen, (2024). https://www.igreenstory.co/sponge-cities/
Katy Salamati, (2024). Smart Cities with AI for Flooding Management A Case Study of Jakarta. https://smartcities.ieee.org/newsletter/june-july-2024/smart-cities-with-ai-for-flooding-management-a-case-study-of-jakarta?utm_source=chatgpt.com
Prawet Sitti and Patthira Phonngam, 2023. SMART CITY DESIGN AND DEVELOPMENT BASED ON INFORMATION TECHNOLOGY CONCEPTS. JMND. Vol.10 No.10 (2023). ISSN: 2586-923X E-ISSN: 2630-0362. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/download/271427/180579/1093441 UTEL. (2024). ส่อง 5 เทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน. https://www.utel.co.th/en/news-detail/39
UTEL. (2024). Busan Eco-Delta Smart City เมืองอัจฉริยะด้านการใช้น้ำแห่งแรกของเกาหลีใต้. https://www.utel.co.th/th/news-detail/50#:~:text=%E2%80%9CBusan%20Eco-Delta%20Smart%20City,.th%2C%20Line%20:%20@utel