black ribbon
บริการ
TH
EN
TH
CN
การส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ
Please Select
 




สิทธิประโยชน์ BOI สำหรับเมืองอัจฉริยะ

 สิทธิประโยชน์ด้านภาษีของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ของเมืองอัจฉริยะที่มอบให้แก่ภาคเอกชนที่ลงทุนกิจการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบบริการอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม ในปัจจุบัน มีพื้นที่เมืองอัจฉริยะทั้งหมด 36 เมือง ใน 25 จังหวัด โดยในพื้นที่เหล่านี้ ภาคเอกชนที่ไปลงทุนสามารถยื่นขอสิทธิสิทธิประโยชน์ด้านภาษีได้ ทั้งนี้ ประเภทธุรกิจที่ไปลงทุนจะต้องเป็นโครงการที่ถูกบรรจุอยู่ในแผนข้อเสนอการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของพื้นที่นั้นๆ

สิทธิประโยชน์ด้านภาษีของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

มาตรการส่งเสริมการลงทุนกิจการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนพัฒนาทั้งพื้นที่ ระบบ และนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมเมืองอัจฉริยะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้สอดคล้องกับการเป็นประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทกิจการ ได้แก่

  1. กิจการพัฒนาพื้นที่เมืองอัจฉริยะ (หมวด 8.4.1*) กำหนดเงื่อนไขสำคัญ คือจะต้องเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน ต้องจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่พร้อมรองรับระบบอัจฉริยะด้านต่างๆ จัดให้มีบริการระบบอัจฉริยะด้านสิ่งแวดล้อม (Smart Environment) และจะต้องลงทุนจัดให้มีบริการระบบอัจฉริยะด้านอื่นๆ อีกอย่างน้อย 1 ด้าน จาก 6 ด้าน (Smart Mobility, Smart People, Smart Living, Smart Economy, Smart Governance, Smart Energy) ต้องมีระบบจัดเก็บและบริหารข้อมูลโดยมีการเชื่อมโยงหรือการให้ใช้งานข้อมูลในการบริหารจัดการและให้บริการในพื้นที่เมืองอัจฉริยะ และจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่

    ผู้ขอรับการส่งเสริมฯ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี (จำกัดวงเงิน) และในกรณีที่ตั้งโครงการอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลร้อยละ 50 เป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

  2. กิจการพัฒนาระบบเมืองอัจฉริยะ (หมวด 8.4.2*) กำหนดเงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องมีการบพัฒนา ติดตั้ง และให้บริการเมืองอัจฉริยะที่เหมาะสมในด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านตามที่คณะกรรมการกำหนด เช่น Smart Environment, Smart Mobility, Smart People, Smart Living, Smart Economy, Smart Governance และ Smart Energy เป็นต้น โดยจะต้องเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ

    ผู้ขอรับการส่งเสริมฯ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 8 ปี (จำกัดวงเงิน) และหากตั้งโครงการอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิร้อยละ 50 เป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล



หมายเหตุ * เดิมเป็นหมวด 7.31 และ 7.32

สามารถดาวน์โหลดเอกสาร

สิทธิประโยชน์จากบีโอไอสำหรับเมืองอัจฉริยะ ปี พ.ศ. 2566

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)



36 พื้นที่เมืองอัจฉริยะที่ได้รับสิทธิประโยชน์ BOI 



สิทธิประโยชน์การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจากบัญชีบริการดิจิทัล

บัญชีบริการดิจิทัล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ที่มีคุณภาพจากผู้ประกอบการและผู้ให้บริการดิจิทัลไทย โดยมีสิทธิประโยชน์ด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เนื่องจากเป็นพัสดุส่งเสริมดิจิทัลเป็นพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน ดังนั้น หากพัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้างมีผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการเพียงรายเดียว ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงจากผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการโดยตรง   หรือหากพัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้างมีผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการตั้งแต่สองรายขึ้นไป ให้หน่วยงานของรัฐจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก

Smart City Solutions Catalog หรือแคตตาล็อกเทคโนโลยีจากบัญชีบริการดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ได้ดำเนินการรวบรวมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากบัญชีบริการดิจิทัลบนแพลตฟอร์ม Techhunt  และแบ่งหมวดหมู่ตามลักษณะของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ 7 ด้าน เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่มีมาตรฐานจากผู้ประกอบการและผู้ให้บริการดิจิทัลไทย ให้เกิดการใช้งานแพร่หลายในกลุ่มของหน่วยงานรัฐทุกระดับ



โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มได้ ที่นี่